หญ้าปักกิ่ง มันคืออะไร

หญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่งนั้นกล่าวได้ว่าเป็นยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณครอบจักรวาลเลยก็ว่าได้ โดยในประเทศจีนนั้นได้มีการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ประโยชน์มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว โดยจะใช้บำรุงปราณในร่างกายปรับสมดุลธาตุต่างๆให้เข้าที่ แต่สรรพคุณเด่นของหญ้าปักกิ่งนั่นก็คือการรักษามะเร็งได้ในระดับหนึ่งนั่นเองครับ ดังนั้นต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้องกันหญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Murdannia loriformis (Hassk.) Rao et Kammathy วงศ์  Commelinaceae เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากมณฑลยูนนาน แคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีน หญ้าปักกิ่งเป็นไม้ล้มลุก มีความสูงประมาณ 10 – 30 เซนติเมตร ลำต้นกลม มีสีเขียว ลักษณะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว หน้าเรียวคล้ายใบไผ่  มีใบประดับย่อยลักษณะกลม มีสีเขียวอ่อน ดอกสีฟ้า หรือม่วงอ่อน กลีบดอกบาง มี 4 กลีบ โคนกลีบเรียว ผล เป็นผลแห้งแตกออกได้ ขยายพันธุ์ได้โดยการแยกหน่อหรือเมล็ด หากจะนำไปทำการเพาะปลูก ควรที่จะปลูกหญ้าปักกิ่งกับดินที่มีลักษณะร่วนปนทราย ไม่ชอบแสงแดดมาก

สรรพคุณของหญ้าปักกิ่งใช้บำรุงพลังปราณ สามารถปรับสมดุลธาตุต่างๆในร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย สามารถรักษามะเร็งในระยะเริ่มต้นได้ในระดับหนึ่ง เช่น ในกระเพาะอาหาร ลำไส้ ลำคอ มดลูก ตับ ต่อมน้ำเหลือง เม็ดโลหิต แถมยังสามารถรักษาไทรอยด์ เบาหวาน ไตอักเสบ โรคหญ้าปักกิ่ง มันคืออะไรหัวใจ ความดันโลหิต แก้ปวด แก้ไข ไมเกรน ภูมิแพ้ ทำให้น้ำเหลืองแห้ง และยังสามารถนำหญ้าปักกิ่งมาตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกแผลชนิดต่างๆ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่านี่คือพืชอีกชนิดหนึ่งที่แทบจะรักษาได้ทุกโรค ทำให้หญ้าปักกิ่งเป็นที่นิยมมากทีเดียว โดยในปัจจุบันนี้ได้มีการนำหญ้าปักกิ่งมาใช้ประโยชน์ใน 2 ประเภทใหญ่ๆก็คือ

  1. การใช้หญ้าปักกิ่งกับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง โดยมีวัตถุประสงค์ที่ว่าต้องการให้ชีวิตของผู้ป่วยนั้นมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอาการเจ็บปวดต่างๆทำให้ทุกข์ทรมาณน้อยลง และในบางรายอาจมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกด้วย และยังเป็นการลดผลข้างเคียงของการใช้ยาเคมีบำบัดและรังสีบำบัด
  2. การใช้หญ้าปักกิ่งกับผู้ป่วยที่ไม่เป็นมะเร็ง โดยมีกรณีศึกษาใหญ่ๆ 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ ก่อให้เกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักในร่างกายลดลง จากนั้นจะใช้หญ้าปักกิ่งพบว่าจะทำให้เม็ดเลือดขาวสูงขึ้น ร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น และผู้ป่วยที่มรแผลเรื้อรัง ประเภทแผลอักเสบมีหนองหรือมีน้ำเหลืองไหล จากนั้นเมื่อมีการใช้หญ้าปักกิ่งจะทำให้แผลแห้ง

โดยจากงานวิจัยทางด้านการแพทย์ได้บ่งบอกสารในหญ้าปักกิ่งในทางเภสัชวิทยาดังนี้

  • สารจี 1 บี จะทำหน้าที่ปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น
  • สารสกัดโคสฟิงโกไลปิดส์ จะทำหน้าที่ยับยั้งต่อเซลล์มะเร็งเต้านมและลำไส้ใหญ่ โดยจะมีค่า ED50 16 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร
  • สารสกัดแอลกอฮอล์ของหญ้าปักกิ่งไม่ได้ช่วยให้มนุษย์เรายืดอายุ แต่จะช่วยลดความรุนแรงของการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในหนูได้ จึงทำให้มีการคาดการกันว่าสามารถต่อต้านเซลล์มะเร็งได้
  • สารสกัดที่ได้จากหญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์ในการเหนี่ยวนำเอนไซม์ DT-diaphorase จะทำหน้าที่ทำลายสารพิษที่จะก่อให้เกิดเซลล์มะเร็ง
  • สารสกัดหญ้าปักกิ่ง มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ของยีนที่เกิดจากสารก่อกลายพันธุ์ชนิดต่างๆ เช่น AFB1

ความเป็นพิษ หญ้าปักกิ่งนั้นถึงแม้จะมีสรรพคุณที่ดีมากมายหลายประการ แต่ก็ยังมีความเป็นพิษอยู่ในตัวเองดังนั้นควรมีการใช้งานในปริมาณที่ไม่เยอะจนเกินไป เพราะความเป็นพิษจากน้ำคั้นของหญ้าปักกิ่ง จะไม่ทำให้เกิดความผิดปกติในทันทีทันใด โดยจากงานวิจัยพบว่าปริมาณพิษเรื้อรังของหญ้าปักกิ่งจะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือนติดต่อกัน ดังนั้นหากมีการใช้งานติดต่อกันจนถึง 3 เดือนควรหยุดพักและเว้นระยะการใช้หญ้าปักกิ่งเพื่อเป็นการป้องกันการสะสมของปริมาณพิษนั่นเอง

วิธีการใช้งานของหญ้าปักกิ่ง โดยหญ้าปักกิ่งนั้นจะมีหลากหลายสูตรที่เราจะนำมาใช้งาน แต่โดยรวมแล้วก็จะคล้ายๆกัน โดยสูตรที่มีการใช้งานโดยทั่วๆไปมีดังนี้

  • สูตรแบบดั้งเดิม จะนำหญ้าปักกิ่งมา 3 ต้นรวมรากด้วย จากนั้นนำไปแช่และล้างน้ำให้สะอาด จะมียางเหนียวๆออกมา จากนั้นนำไปตำให้ละเอียดทำการผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นทำการกรองด้วยผ้าขาว นำน้ำที่ได้มาดื่ม ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง โดยจะเริ่มเห็นผลในระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์
  • สูตรมหิดล นำหญ้าปักกิ่งมา 6 ต้นรวมรากเช่นกัน จากนั้นนำไปแช่และล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นผสมน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ นำไปปั่นด้วยเครื่องปั่นผลไม้ จากนั้นคั้นและกรองน้ำแบ่งรับประทานทั้ง 2 มื้อ ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง
  • สูตรมยุรี สูตรนี้จะเป็นสูตรที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันครับ โดยจะทำการชั่งหญ้าปักกิ่งจำนวน 1 กิโลกรัม รวมทั้งต้น ราก ใบ ดอก จากนั้นล้างให้สะอาดนำน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้เย็นแล้วประมาณ 3 ลิตร ทำการปั่นด้วยเครื่องปั่น คั้นหญ้าปักกิ่งด้วยผ้าขาวสะอาด จะได้น้ำหญ้าปักกิ่ง กรอกใส่ขวดผนึกฝา นำเก็บเข้าตู้เย็นในอุณหภูมิระดับเดียวกับแช่ผลไม้   แบ่งรับประทานทั้ง 2 มื้อ ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอนอีก 1 ครั้ง
  • สูตรยาอายุวัฒนะ นำต้นหญ้าปักกิ่งที่ถอนมาสดๆ รวมรากด้วย จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด นำไปต้มกับน้ำ ต้มให้น้ำเดือดหลังจากนั้นนำน้ำผึ้งเติมลงไปพอประมาณ ดื่มวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น เชื่อกันว่าจะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงมีอายุยืนยาว หรือจะนำหญ้าปักกิ่งสดๆ นำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วจิ้มน้ำพริกกินทันทีก็ได้ หรือหากมีน้อยแนะนำให้ใช้วิธีลอกใบมารับประทานวันละ 14 ใบ

ปฏิกิริยาอาการและข้อควรระมัดระวังหลังรับประทานหญ้าปักกิ่ง การรับประทานหญ้าปักกิ่งนั้นไม่ควรรับประทานพร้อมของแสลง ซึ่งจะเป็นการนำให้ประสิทธิภาพของหญ้าปักกิ่งด้อยลง เช่น ฟังแพง แตงกวา หัวไชเท้า มะระ และหลังรับประทานหญ้าปักกิ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ อาจจะทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงต่างๆดังนี้ มีอาการหงุดหงิด เป็นไข้ โมโหง่าย นอนไม่หลับ ปวดเมื่อย หรืออาจทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย แต่นี่คืออาการที่อาจจะเกิดนะครับ อาจจะเกิดดังนั้นมันจะไม่เกิดกับทุกคน เช่นเดียวกันสิ่งของต่างๆครับ อาการข้างเคียงจะไม่เหมือนกันดังนั้นควรมีการเช็คสภาพร่างกายตลอดช่วงระยะเวลาในการรับประทานหญ้าปักกิ่งด้วยนั่นเองครับ หญ้าปักกิ่งนั้นเป็นสมุนไพรคลุมดิน ทำให้อาจมีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากดิน ดังนั้นการนำหญ้าปักกิ่งมารับประทานสดๆต้องแน่ใจในทุกครั้งว่า มีการนำไปล้างที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว เพราะหากมีการล้างที่ไม่สะอาดก็จะทำให้เชื้อจุลินทรีย์เข้าสู่ร่างกายจากการดื่มด้วย หญ้าปักกิ่งที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้นั้นต้องมีอายุที่เหมาะสม คือควรมีอายุ 3 เดือนขึ้นไปจากการชำกิ่ง และ 5 เดือนขึ้นไปจากการเพาะปลูกเมล็ด จากการศึกษาพบว่าหากมีอายุไม่ได้มาตรฐาน จะไม่มีการสร้างสาร จี 1 บี ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นในหญ้าปักกิ่ง และสุดท้ายเนื่องจากหญ้าปักกิ่งมีราคาที่แพงมากทำให้มีการนำหญ้าชนิดต่างๆที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาหลอกขายอีกด้วย

สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ของการพัฒนาการบริโภคหญ้าปักกิ่งที่ใช้เป็นยา ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรม ได้มีการนำเอาหญ้าปักกิ่งมาพัฒนาเป็นยาเม็ด โดยยา 2 เม็ดจะเท่ากับหญ้าปักกิ่ง 3 ต้น โดยกำหนดขนาดรับประทาน ครั้งละ 1-2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย โดยมีระยะเวลาการรับประทานขึ้นอยู่กับจุดประสงค์การใช้ยาดังนี้ คือ

  1. ใช้เพื่อลดผลข้างเคียงจากรังสีบำบัดหรือยาเคมีบำบัดผู้ป่วยมะเร็ง จะรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน
  2. ใช้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและการกลับเป็นซ้ำอีก หลังจากการรักษาแล้ว โดยรับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกันประมาณ 1 ปี และตรวจมะเร็งปีละ 2 ครั้ง
  3. ใช้เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง รับประทาน 7 วัน หยุด 4 วัน เช่นนี้ติดต่อกัน เป็นเวลานานไม่เกิน 6-8 สัปดาห์ โดยใช้เพาะช่วงที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเช่น ขณะติดเชื้อไวรัส

ดังนั้นสุดท้ายการนำหญ้าปักกิ่งมาทำการบริโภค จะต้องมีความมั่นใจจริงๆว่า นี่คือหญ้าปักกิ่งอย่างแท้จริง มีอายุที่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้ประโยชน์ และถึงแม้หญ้าปักกิ่งจะมีคุณสมบัติที่หลากหลายในการนำมาใช้ประโยชน์ผู้บริโภคก็ต้องคำนึงถึงปริมาณสารพิษเรื้อรัง ที่จะมีการสะสมหลังจากมีการบริโภคหญ้าปักกิ่งติดต่อกันเป็นเวลานานด้วยครับ